June 18, 2021

ฟันธงสกอร์ & ชำแหละแบบ “หมัดต่อหมัด” ก่อนเกม แมนฯ ซิตี้ VS เชลซี

กลุ่มเป๊ปมองเหนือกว่าถ้าไม่ “อินดี้”

ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคนี้ไม่มีใครสู้ได้ขนาดไหน ด้วยเหตุว่ามีทั้งเกมรุกและก็รับที่ดุดันแน่นอน ถ้าพวกเขาได้เล่นตามเกมที่ถนัดอาจจะยากที่ใครจะหยุดยั้งได้ในชั่วโมงนี้www.crunchyroll.com

แต่ว่าอย่างไรก็ดี แฟนเรือใบก็คงพอรู้ดีอีกเช่นกัน ว่าฟอร์มที่มีความคิดเห็นว่าดีๆอยู่นั้น วันดีคืนดีนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ชอบคิดแผนใหม่ออกมาลองใช้ในเกมหลักๆเสียแบบงั้น และก็บ่อยที่มันออกมา “ไม่เวิร์ก” https://disqus.com/by/lovepoker168/ดังที่คาด

อย่างเช่นในเกมลีกที่ทั้งคู่พบกันก่อนหน้าที่ผ่านมาที่จัดแผนอินดี้เล่นหลัง 3 ใช้วิงแบ็ก พร้อมที่จะจัดส่งตัวรุกลงมาพร้อมถึง 4 คน และก็แน่นอนยังมีอีกหลายนัดในสมัยก่อนที่ลองแล้ว “เสียหาย” จนกระทั่งขั้นไม่เข้ารอบก็เคยมีให้มองเห็นมาแล้ว

ก็อาจจะจำต้องลุ้นกันว่าเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ผู้จัดการทีมเลือดกระทิงดุจะหาอะไรใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับให้มึนกันก่อนเกมอีกไหมในคืนวันเสาร์นี้

สิงห์บลูส์กับฟอร์มพักหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ

ถึงแม้ว่าการมาของ โธมัส ทูเคิล จะสามารถพลิกฟื้นให้สิงห์บลูส์กลับกลายมาเป็นกลุ่มที่กล้าแกร่งขึ้นอย่างทันตาเห็นในตอนครึ่งปีหลัง จนกว่าคว้าอันดับ 4 มาครอบครองได้พร้อมกับเข้าชิงบอลถ้วยถึง 2 รายการร่วมกัน

แต่ว่าดูเหมือนผลงานของพวกเขาจะไม่สามารถติดลมบนไปได้จนกระทั่งจุดหมายปลายทาง ด้วยเหตุว่าพักหลังที่เป็นช่วงๆชี้เป็นชี้ตายของฤดู ผลงานของพวกเขากลับดร็อปลงอย่างน่าตกใจ แพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกมรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่ปราชัยต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แถมล่าสุดยังแพ้ต่อ แอสตัน วิลลา 1-2 ในเกมปิดฤดูที่อยากได้ 3 คะแนนแบบสุดๆอีกต่างหาก

ซึ่งฟอร์มที่ตกลงไปดังกล่าวมันย่อมมีผลถึงความแน่ใจต่อทั้งแฟนบอลและก็นักเตะไม่มากมายก็น้อยอย่างแน่นอน จากที่จะได้ลงเล่นด้วยความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม กลับกลายเป็นจำต้องรับมือกับแรงกดดันเป็นอย่างมากทั้งจากในเกมพร้อมกับผลงานที่ตกอับในตอนที่ผ่านมาพร้อมๆกันนั่นเอง

สถิติที่น่าสนใจแบบ “หมัดต่อหมัด” ในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูนี้

เกมรุก
ปริมาณประตูในช่วงฤดูกาลนี้ : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 22
ได้จากจุดโทษ : แมนฯ ซิตี้ – 2 / เชลซี – 5
ยิงได้จากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 19 / เชลซี – 22
ยิงได้จากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 0
ยิงได้จากลูกโหม่ง : แมนฯ ซิตี้ – 1 / เชลซี – 3
ปริมาณครั้งที่ยิงทั้งสิ้น : แมนฯ ซิตี้ – 123 / เชลซี – 104
ยิงตรงกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 73 / เชลซี – 56
ยิงชนเสา-คาน : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 4
ปริมาณครั้งที่ส่งบอล : แมนฯ ซิตี้ – 8,290 / เชลซี – 6,561
ปริมาณครั้งที่ส่งบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 7,453 / เชลซี – 5,584
อัตราการจ่ายบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 89.9% / เชลซี – 85.1%

เกมรับ
ปริมาณประตูที่เสีย : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
คลีนชีท : แมนฯ ซิตี้ – 8 / เชลซี – 8
เสียประตูจากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
เสียประตูจากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
บล็อคลูกยิง : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 38
เข้าสะกัด : แมนฯ ซิตี้ – 111 / เชลซี – 137
ใบเหลือง : แมนฯ ซิตี้ – 16 / เชลซี – 19
ใบแดง : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
คาดหมายรูปเกม

สำหรับรูปเกม คาดว่าทั้งคู่กลุ่มจะเปิดเกมบุกในสไตล์ของตัวเองเข้าใส่กัน แต่ว่าบางครั้งก็อาจจะเล่นกันค่อนข้างรัดกุมในช่วงแรก มีตอนที่เปลี่ยนกันรุกเปลี่ยนกันรับ ข้อผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถวินิจฉัยผลที่ได้รับจากการแข่งขันได้ แถมยังที่ยากจะคาดคะเนว่าแต่ว่าละข้างจะมีทีเด็ดอะไรที่เก็บซ่อนเอาไว้ ด้วยเหตุว่าอย่างที่ทราบกันดี เรือใบสีฟ้ามีเกมบุกที่เหมาะสมที่สุดกลุ่มหนึ่งในยุโรป ณ เวลานี้ แต่ว่าสิงห์บลูส์เองก็มีแนวรับที่กล้าแกร่งอันดับแรกๆของทวีปเช่นกัน ฉะนั้นขึ้นอยู่กับการแก้หมากของผู้จัดการทีมฟุตบอลทั้งสองฝ่ายว่าจะทำเป็นตรงจุดขนาดไหน แถมได้โอกาสสูงที่เกมจะลากยาวไปถึงดวลจุดโทษตัดสินอีกด้วย

คาดหมายสกอร์ : แมนฯ ซิตี้ 1-1 เชลซี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะจุดโทษไปได้)