May 8, 2021

มาตามนัด! “เรือใบ” ควง “ชุดขาว” ฉลุยรอบ 8 กลุ่ม ศึกแชมเปียนส์ลีก

การแข่งขันชิงชัยบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2020-21 รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด นัดสอง เมื่อคืนนี้วันพุธที่ 16 มี.ค.64 มีแข่ง 2 คู่ คู่ที่น่าดึงดูดที่สนามปุสกัส อารีนา (สนามกลาง) “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ เจอกับ “สิงห์ชายหนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค จากเยอรมนี โดยครั้งแรก แมนฯ ซิตี้ ชนะมาได้ก่อน 2-0

ฝั่งเรือใบสีฟ้า ที่เอาชนะในเลกแรกมา 2-0 นัดนี้ จัดทีมในระบบ 4-3-3 วาง ริยาด ยักษ์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ รวมทั้ง ฟิล โฟเด้น เป็นสามประสานในแนวรุก

ทางด้านสิงห์ชายหนุ่ม เลือกใช้แผน 4-3-1-2 วาง ลาร์ส สตินด์ล เป็นตัวทำเกม โดยมี มาร์คัส ตูราม จับคู่กับ บรีล เอ็มโบโล ในแดนหน้า

ผลที่ตามมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 2-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 4-0 โดย “เรือใบสีฟ้า” ได้ประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ นาทีที่ 12 รวมทั้งอิลคาย กุนโดกัน นาทีที่ 18เกมอีกคู่ที่สนามอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน “พระราชาชุดขาว” เรอัล มาดริด จากสเปน เปิดบ้านรับการมาเยี่ยมของ อตาลันตา โดยครั้งแรก เรอัล มาดริด บุกไปชนะมาได้ก่อน 1-0

ซีเนดีน ซีดาน ที่ปรึกษาเจ้าบ้าน ซึ่งจับความได้เปรียบจากการบุกชนะมาได้ก่อนในครั้งแรก 1-0 เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 3-5-2 ใช้คู่แผงหน้าเป็น วินิสิอุส จูเนียร์ ติดต่อประสานงานร่วมกับ คาขอบ เบนเซมา

ด้านทีมเยี่ยมของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี ต้องชนะผลต่างเกิน 2 ประตูขึ้นไป แม้หวังจะพลิกเข้ารอบ วางหมากมาในแผน 3-4-3 ใช้สามแนวรุกเป็น รุสลัน มาลินอฟสกี้, หลุยส์ มูเรียล รวมทั้ง มาริโอ ปาซาลิช

ผลที่ตามมา เรอัล มาดริด คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากชนะ อตาลันตา 3-1 คว้าชัยด้วยประตูรวม 4-1 โดย “พระราชาชุดขาว” ได้ประตูจาก คาขอบ เบนเซมา นาทีที่ 34, จากจุดโทษของ เซร์คิโอ รามอส นาทีที่ 60 รวมทั้งมาร์โก อเซนสิโอ นาทีที่ 84 ส่วนทีมเยี่ยมตีไข่แตกได้จาก หลุยส์ มูเรียล นาทีที่ 83