October 21, 2021

หมดเวลาของที่ไม่ใช่ของจริง : เมื่อองค์กรกีฬาร่วมใจเปิดศึกต่อต้านผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์

เสื้อก๊อป, เสื้อปลอม, เสื้อเกรดจีน, เสื้อข้างหลังสนาม หรือชื่ออะไรก็ตามที่คุณใช้เรียกเสื้อผิดลิขสิทธิ์ คือปัญหาที่เกิดขึ้นรวมทั้งพบเห็นได้ทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็นในไทย หรือในประเทศฝั่งตะวันตก อีกทั้งอเมริกา รวมทั้งอังกฤษ
 พวงหรีด

แต่ว่าที่ต่างกัน เป็นที่ประเทศตะวันตกกำลังเดินหน้ากำจัดขบวนการขายเสื้อกีฬาผิดลิขสิทธิ์อย่างเอาจริงเอาจัง ภายใต้การร่วมมือกันของรัฐบาลกับหน่วยงานกีฬาที่ทรงอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็น Nike แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชั้น 1 ของโลก, NFL ลีกอเมริกันฟุตบอลที่ได้รับความนิยมของคนอเมริกัน ไปจนกระทั่งลีกฟุตบอลขวัญใจคอลูกหนัง อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เพราะอะไรประเทศตะวันตก จึงเลือกเปิดศึกอย่างเอาจริงเอาจัง กับเสื้อผ้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมทั้งสังคมไทยศึกษาอะไรจากประเด็นนี้ได้บ้าง ติดตามไปกับ Main Stand

เมื่ออเมริกาถูกจีนขโมยทรัพย์สิน

ทุกคนอาจทราบดีอยู่แล้วว่า อเมริกา กับ จีน เป็นสองชาติมหาอำนาจที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามาอย่างนาน แต่ว่าไม่มีสมัยไหนจะตึงเครียดไปกว่า สมัยของ โดนัลด์ ทรัมป์ ข้างหลังผู้นำรายนี้ประกาศให้ชาติยักษ์ใหญ่แห่งโลกตะวันออก เป็นศัตรูเบอร์ 1 ที่อเมริกาจำต้องเอาชนะให้ได้

ทุกผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมจะจัดแจงโดยไม่สนว่าจะก่อปัญหาหรือการขัดกันกับชาติอื่นอย่างไรบ้าง กระทั่งรัฐบาลของเขาได้เจอข้อมูลสำคัญ ซึ่งเปิดโอกาสให้สหรัฐอเมริกา ได้ซัดหมัดใส่จีนแบบเต็มเป้า

ย้อนไปในปี 2018 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวอ้างว่า พวกเขามีข้อมูลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผิดลิขสิทธิ์ (ทุกแบบ) ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน หรือมีคนจีนเป็นผู้สร้างรวมทั้งขาย ซึ่งทำให้สูญเสียรายได้ไปร่วม 460,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15 ล้านล้านบาท

นอกเหนือจากคนจีนจะขโมยรายได้ที่ควรเป็นของบริษัทสหรัฐอเมริกา ข้อมูลยังบอกว่าคนที่จับจ่ายซื้อของปลอมจากเมืองจีน ส่วนมากเป็นคนประเทศอเมริกานี่แหละ พอๆกับว่าชาติมหาอำนาจจากฝั่งตะวันตกเสียผลประโยชน์ให้กับจีนแบบทั้งขึ้นทั้งล่อง

ถึงแม้ โดนัลด์ ทรัมป์ จะตั้งมั่นเปิดศึกกับจีนอยู่แล้ว แต่ว่ากรณีต่อสู้กับวิธีขายผลิตภัณฑ์ผิดลิขสิทธิ์ อเมริกาได้รับการผลักดันและส่งเสริมอย่างมากจากชาติตะวันตก เนื่องจากว่าการเสียผลประโยชน์มาอย่างนานจากการขายของปลอมกันแบบเป็นธุรกิจขมักเขม้น และไม่ได้รับการกำจัดจากภาครัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศของทวีปเอเชีย

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุด เป็นเครื่องแต่งกายชนิดกีฬา แน่นอนว่ารองเท้าสนีกเกอร์ครองตลาดผู้บริโภคของที่ไม่ใช่ของจริงมาเป็นชั้น 1 ซึ่งมีรายงานว่า 20 เปอร์เซนต์ของรองเท้าสนีกเกอร์ที่คนบนโลกสวมเป็นของปลอม พอๆกับว่ามีเม็ดเงินมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เวียนอยู่ในตลาดค้าขายรองเท้าปลอม

ดังนั้น ในที่สุดบริษัทจำนวนมากจำต้องสารภาพเรื่องจริงที่ว่า พวกเขามีส่วนที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของที่ไม่ใช่ของจริงเกิดขึ้น จากการค้าผลกำไรเกินเลยกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆกระทั่งผู้คนปริมาณหนึ่งไม่สามารถที่จะจ่ายไหว แปลงเป็นการบีบบังคับให้พวกเขาจำต้องไปจับจ่ายซื้อของปลอม

ถ้าเกิดเลือกได้อาจไม่มีผู้ใดต้องการจับจ่ายซื้อของผิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากว่าประสิทธิภาพของที่ไม่ใช่ของจริงห่างจากของแท้อย่างมองไม่เห็นฝุ่น แต่ว่ามีอีกเรื่องจริงที่ว่าของดีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแพงเสมอ ถ้าเกิดลดลงมาได้ ทุกคนก็จะมีโอกาสได้เข้าถึงของดีในราคาที่เหมาะสม

ในที่สุดแล้ว ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของละเมิดลิขสิทธิ์จึงเหมือนด้านมืดของระบบทุนนิยม ที่อาจไม่ได้รับการปรับแต่งในเร็ววัน เนื่องจากว่าเรื่องจริง ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของมนุษย์ยังคงมีอยู่ เสื้อกีฬายังคงเพิ่มราคากันไม่หยุด ผลิตภัณฑ์ปลอมก็จะยังคงเป็นที่นิยมต่อไป